“อนันต์” เผย ศาลนนทบุรีรับคำร้องขับพ้นสมาชิกพรรค ยัน ไม่เคยสร้างความแตกแยก


อนันต์ ลั่น ทำตามกติกา ชี้ หากพรรคโปร่งใส ควรเปิดเผยเอกสารต่อสมาชิก ยัน ไม่เคยสร้างความแตกแยก เพียงอยากให้พรรคเจริญก้าวหน้าตามวิถีปชต.
ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี นายอนันต์ ฉิมบุรีรมย์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย พร้อมสมาชิกพรรครวม 11 คน เข้ายื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนประกาศ/คำสั่ง/หนังสือ ของพรรคการเมืองที่ พลท.ป.003/2562 ที่นายนิคม บุญวิเศษ รักษาการหัวหน้าพรรคฯ ออกมาเพื่อขับผมกับเพื่อนจำนวนหนึ่งออกจากความเป็นสมาชิกพรรค เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ซึ่งศาลก็รับฟ้องแต่ไม่ไต่สวนเร่งด่วน และหลังจากนี้ก็ต้องรอคำสั่งศาลต่อไปว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ให้คุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ โดยให้มีการระงับการประชุมสามัญของพรรคพลังปวงชนไทย ในวันที่ 18 ก.ค.นี้ และให้คุ้มครองสิทธิ์ของตนและพวกในการสมัครลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค
โดยนายอนันต์ กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้ยื่นเรื่องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงการมีมติที่มิชอบในการขับตนออกจากพรรค และขอให้ระงับการจัดการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค ซึ่งทาง กกต.รับเรื่องไว้แล้วแต่เรื่องอาจจะใช้เวลาพิจารณาหลายวัน ดังนั้นตนจึงดำเนินการต่อในการยื่นเรื่องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ตรงนี้ตนได้ทำตามทุกอย่างตามขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมา แม้ไม่ได้เข้าประชุม ก็ไม่เป็นไร เพราะแสดงให้เห็นว่าตนเองในฐานะผู้ถูกกระทำ พร้อมที่จะเล่นตามกติกา เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่จะมีผลออกมาหลังจากนี้ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ตนก็จะยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้ได้ความถูกต้องยุติธรรม เพื่อให้พรรคมีการบริหารที่โปร่งใส เป็นที่พึ่งของประชาชนได้
นายอนันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่พรรคพลังปวงชนไทยมีการแถลงว่าตนและทีมงานมีพฤติกรรมสร้างความขัดแย้งและแตกแยกภายในพรรค และยืนยันว่าพรรคมีการบริหารงานที่โปร่งใสนั้น ตนขอยืนยันว่าตนไม่เคยมีพฤติกรรมที่พยายามสร้างความแตกแยกของคนในพรรค ตนเพียงอยากให้พรรคมีการบริหารงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งหากพรรคมีความบริสุทธิ์ใจจริงๆ มีการบริหารที่โปร่งใสตามที่แถลง และไม่มีอะไรที่ต้องปิดบัง ก็ขอให้นำเอกสารต่างๆมาเปิดเผยต่อสมาชิกให้กระจ่าง ตามวิถีประชาธิปไตยที่พรรคยึดถือมาตลอด
“ผมไม่เคยมักใหญ่ใฝ่สูงหรืออยากมีตำแหน่งอะไรในพรรค แต่สมาชิกพรรคและสาขาของพรรคต่างขอร้องให้ผมลงสมัครหัวหน้าพรรค เพื่อหวังที่จะให้พรรคเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น เป็นพรรคที่เป็นประชาธิปไตย และเป็นของประชาชนจริงๆ ดังนั้นผมจึงต้องสู้เพื่อทุกคน ผมอยากพัฒนาพรรคให้เจริญรุ่งเรือง ทำสาขาให้แข็งแรง เพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคงแก่พรรค ผมสู้อย่างแฟร์ๆไม่เคยใช้วิธีสกปรก เพราะการเมืองเป็นเรื่องของประชาธิปไตย พวกเขาเองก็ประกาศยืนข้างประชาธิปไตย ดังนั้นการลงแข่งขันกันถือเป็นเรื่องธรรมดา ควรต้องแข่งขันกันโดยชอบธรรม แพ้ชนะกันอย่างขาวสะอาดอย่ามาใช้วิธีสกปรก ผู้ชนะถึงจะสง่างาม” นายอนันต์ กล่าว